บทที่ 9 การหนีออกจากการควบคุม

คฤหาสน์ในเช้าวันนี้เงียบสงัดกว่าที่เคยเป็น ลมเอื่อย ๆ พัดผ่านสวนหน้าบ้านยามสาย

แต่มันไม่ได้ทำให้บรรยากาศที่อึดอัดมาตลอดหลายสัปดาห์จางหายไป หากแต่ในความเงียบงันนั้น พลอยไพลินกลับรู้ดีว่าโอกาสที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอดห้าปีเต็มในที่สุดก็มาถึงแล้ว

ติณณ์มีภารกิจด่วนต้องไปทำ เขาต้องเดินทางไปเจรจาธุรกิจและเซ็นสัญญาร่วมทุนครั้งสำคัญที่ต่างประเทศเป็นเวลาสามวันเต็ม

ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคันหรูของสามีแล่นพ้นประตูรั้วเหล็กดัดบานโตและลับสายตาไป พลอยไพลินไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว

เธอก้าวเท้ากลับเข้าห้องนอนไปเปิดตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ แล้วลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่แอบซ่อนไว้ในมุมมืดที่สุดออกมาทันที

หญิงสาวตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเขาไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี เสื้อผ้าแบรนด์หรูราคาแพงระยับที่เรียงรายอยู่บนราว เครื่องเพชรน้ำงามหลากสีในกล่องกำมะหยี่ที่เขาเคยซื้อประเคนให้

หรือแม้กระทั่งกุญแจรถยนต์คันใหม่ที่ติณณ์เพิ่งเซ็นเอกสารซื้อให้ในวันครบรอบแต่งงาน... เธอวางมันคืนไว้ที่เดิมทั้งหมด

สิ่งเดียวที่เธอเลือกหยิบติดตัวมา มีเพียงเอกสารสำคัญประจำตัวไม่กี่ฉบับ และเสื้อผ้าธรรมดาเพียงไม่กี่ชุดที่เธอควักเงินสดจากน้ำพักน้ำแรงส่วนตัวซื้อมา

พลอยไพลินก้าวเท้าเดินออกจากบ้านหลังใหญ่หลังโตโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองมันอีกเป็นหนที่สอง

เธอรู้ดีว่าการขยับตัวภายใต้สายตาของติณณ์เป็นเรื่องยาก เธอจึงเลือกที่จะไม่ใช้รถยนต์ของที่บ้าน และไม่เรียกคนขับรถของบ้านให้ระคายเคือง

เพราะระบบจีพีเอสและคนเหล่านั้นสามารถรายงานติณณ์ได้ในทันที หญิงสาวสับเท้าเดินออกมารับลมร้อนจนถึงหน้าหมู่บ้านจัดสรรคัดสรรพิเศษ ก่อนจะโบกเรียกแท็กซี่มิเตอร์ทั่วไปที่วิ่งผ่านมาพอดี แล้วเอ่ยบอกจุดหมายปลายทางที่เธอตั้งใจไว้

อพาร์ตเมนต์เก่าของครอบครัว

มันเป็นเพียงห้องพักขนาดเล็กในตึกเก่าคร่ำคร่าซอมซ่อแถบชานเมืองที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตไป

แม้ภายในห้องจะเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะและความทรุดโทรมตามกาลเวลาที่ผ่านพ้น แต่นี่คือสถานที่แห่งเดียวบนโลกใบนี้... ที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวและเป็นของเธออย่างแท้จริง

ทว่า... อิสรภาพที่เธอเฝ้าฝันและไขว่คว้ากลับอยู่กับเธอได้เพียงไม่นาน

เพียงแค่สองชั่วโมงหลังจากที่พลอยไพลินก้าวเท้าออกจากรั้วคฤหาสน์ ติณณ์ที่กำลังนั่งอยู่ในห้องรับรองระดับวีไอพีของสนามบินต่างประเทศเพื่อรอต่อเครื่องไปยังสถานที่ประชุม

ก็ได้รับสายตรงรายงานด่วนจากคนที่เขา "จ้างไว้เป็นพิเศษ" เพื่อให้คอยจับตาดูและอารักขาความปลอดภัยของภรรยาอยู่ห่าง ๆ ตลอดเวลาโดยที่เธอไม่รู้ตัว

ปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าว่า พลอยไพลินหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กขึ้นแท็กซี่สาธารณะออกจากบ้านไปแล้ว และดูเหมือนจะไม่มีเจตนาจะกลับมาอีก

วินาทีที่ฟังรายงานจบ สีหน้าของประธานบริหารหนุ่มที่เคยเรียบนิ่งและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งก็ถอดสีแปรเปลี่ยนไปในทันตา

ใบหย่าที่พลอยเอามาวางกองให้เขาเห็นครั้งแล้วครั้งเล่าบนโต๊ะทำงาน... เขาไม่เคยคิดจะหวั่นใจกับมันเลยสักครั้ง

เพราะลึก ๆ คิดว่าเธอก็แค่ประชดประชันหรือเหนื่อยล้า แต่ทว่าในครั้งนี้ ข้อมูลการย้ายออกจริง ๆ มันทำให้หัวใจของชายหนุ่มดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิดและชาวาไปทั้งร่าง

"ยกเลิกการประชุมทั้งหมด! เลื่อนข้อตกลงและดีลทุกอย่างในสัปดาห์นี้ออกไปให้หมด!"

ติณณ์เอ่ยสั่งเสียงเฉียบพลันด้วยกระแสเสียงที่สั่นพร่าและปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ริว เลขาส่วนตัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับชะงักงันด้วยความตกใจและซักไซ้ด้วยความกังวล

"แต่บอสครับ... สัญญาร่วมทุนและเม็ดเงินมูลค่าหลายพันล้านที่เราต้องไปเซ็นในวันพรุ่งนี้..."

"ฉันบอกให้ยกเลิกยงไงล่ะ!"

เสียงตวาดกร้าวลั่นห้องรับรองจนเลขาหนุ่มถึงกับสะดุ้งตัวโยน แววตาของติณณ์ในยามนี้มันคราคร่ำไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวการสูญเสียจนน่ากลัว

"จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยเที่ยวที่เร็วที่สุดสิ! เดี๋ยวนี้!"

นักธุรกิจหนุ่มผู้รักษาระเบียบวินัยและเคยให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานรวมถึงผลกำไรเหนือสิ่งอื่นใดในชีวิต

บัดนี้กลับยอมโยนดีลธุรกิจมูลค่ามหาศาลทิ้งไปอย่างไม่นึกเสียดาย เพียงเพราะต้องการบินกลับไปหาผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นเสมือนโลกทลายทั้งใบของเขา

เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงเวลาตีสองกว่า เสียงล้อรถสปอร์ตคันหรูบดเบรกเสียงดังสนิทหน้าคฤหาสน์ ติณณ์ก้าวลงจากรถด้วยลมหายใจหอบถี่ เนื้อตัวและเสื้อเชิ้ตราคาแพงหลุดลุ่ยยับย่นจากการเร่งรีบเดินทางข้ามประเทศโดยไม่ได้พักผ่อน

เขารีบสาวเท้าสับตรงดิ่งไปยังห้องนอนฝั่งปีกซ้ายของคฤหาสน์ ก่อนจะผลักบานประตูไม้เปิดเข้าไปในทันทีด้วยแรงทั้งหมดที่มี หวังลึก ๆ ว่าจะยังคงเห็นเธอนอนหลับอยู่บนเตียงเหมือนทุกคืน

ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับมีเพียงความว่างเปล่า

เตียงนอนหลังใหญ่ถูกจัดวางผ้าปูไว้อย่างเรียบร้อยแน่นตึง ไร้ร่องรอยของการใช้งาน ตู้เสื้อผ้าหลังโตถูกเปิดแง้มทิ้งไว้เผยให้เห็นความว่างเปล่าในมุมที่ควรมีเสื้อผ้าของเธอ

โต๊ะเครื่องแป้งไม่มีเครื่องสำอางหรือของใช้ส่วนตัวของภรรยาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เขาแสนคุ้นเคย... ก็ถูกความเงียบงันกลืนกินไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือกลิ่นอายของเธอหลงเหลืออยู่เลยในบ้านหลังนี้

ทั้งบ้านหลังใหญ่เงียบสงัดจนน่ากลัว เงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหอบและเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความสับสนและหวาดกลัวของตัวเอง

และเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่กำแพงน้ำแข็งอันหนาชันและความนิ่งขรึมที่ติณณ์เคยสร้างไว้เป็นเกราะกำบังพังทลายลงมาอย่างสิ้นเชิง

ชายหนุ่มเดินเซซังคล้ายคนหมดแรงเข้าไปในห้องทำงาน สายตาคู่คมที่เริ่มพร่ามัวหยุดชะงักลงที่โต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่

ซองเอกสารสีขาวที่เคยวางเด่นหราอยู่ตรงนั้น... บัดนี้มันได้อันตรธานหายไปพร้อมกับตัวเธอแล้ว ความจริงที่ว่าเธอหนีงเขาไปจริง ๆ ถาโถมเข้าใส่จนเขาตั้งรับไม่ทัน

ความโกรธในความไร้สามารถของตัวเอง ความกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว คนที่เข้าใจเขาจริง ๆ และความเสียใจอย่างท่วมท้นปะทุขึ้นมาจนทะลุขีดจำกัด

เคร้ง! ปัง!

ด้วยความอัดอั้นและระเบิดอารมณ์ที่กักเก็บไว้ไม่ไหว ติณณ์กวาดข้าวของทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานลงพื้นจนหมดสิ้น

แรงโทสะทำให้แฟ้มเอกสารสำคัญ แล็ปท็อปราคาแพง และแจกันแก้วเจียระไนแตกกระจายเกลื่อนกราดเต็มพื้นห้องไม่เหลือชิ้นดี

เขาทุบกำปัญลงบนโต๊ะไม้ซ้ำ ๆ เพื่อระบายความเจ็บปวดลึกข้างใน

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางเศษซากความพินาศที่กระจัดกระจายอยู่รอบกาย สองมือกุมขมับแน่นปล่อยให้น้ำตาแห่งความโดดเดี่ยวหยดลงบนพื้นห้องทีละหยด

ที่ผ่านมาเขาคิดว่าการให้วัตถุคือการรักษาเธอไว้ แต่ในวันนี้ ความจริงกลับตอกย้ำว่าต่อให้เขาจะพยายามคุมสถานะภรรยาของเธอไว้ในลิ้นชักหนาแน่นเพียงใด... เขาก็ไม่มีวันควบคุมหัวใจของพลอยไพลินที่หมดแรงจะอยู่กับเขาได้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป